กรมธนารักษ์ เดินหน้าปั๊มรายได้ 14,000 ล้านบาทในงบปี 69  ฟื้นโครงการบ้านผู้สูงอายุ รามา-ธนารักษ์ 

กรุงเทพฯ 29 พ.ค.-กรมธนารักษ์ เดินหน้าปั๊มรายได้ 14,000 ล้านบาทในงบปี 69  เร่งฟื้นโครงการบ้านผู้สูงอายุ รามา-ธนารักษ์  คาดเข้าอยู่ได้ในปี 73

นายอัครุตม์  สนธยานนท์  อธิบดีกรมธนารักษ์  กล่าวว่า  ในการบริหารจัดการทรัพย์สินและการจำหน่ายที่ดินจากการยึดทรัพย์ ของหน่วยงานรัฐทั้งหมด 43 แปลง เบื้องต้นขายไปได้แล้ว 3 แปลง  และกำลังเตรียมเปิดประมูลขายเพิ่มเติมอีกไม่ต่ำกว่า 40 แปลงในเร็วๆนี้   สำหรับการจัด ให้เช่าที่ราชพัสดุ   4 แปลงสำคัญ  อย่างเช่น  1.ที่ดินบริเวณไอคอนสยาม  เนื้อที่ 4 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา และการเจรจาเพิ่มเติม   2.อาคารธนาคารเก่า (ฝั่งธนบุรี)  ดำเนินการขายสำเร็จแล้ว  3.ที่ดินย่านทรงวาด (เป็นลักษณะห้องแถว)  ตั้งราคาประมูลไว้ 300,000 บาทต่อ

ตารางวา  คาดว่าจะทำรายได้สูงกว่าราคาตั้งเกิน 10 เท่า  

 4. บ้านพายับ (ใกล้กับวัดสังข์กระจาย)  มีผู้สนใจซื้อซองประมูลแต่ไม่มีผู้ยื่นประมูล กรมฯ จึงเตรียม ทบทวนเรื่องราคาใหม่อีกครั้ง  เพื่อให้เหมาะสม รองรับผู้สนใจเข้าประมูลเช่า  ส่วนที่ดินโรงงานยาสูบเก่า   เนื่องจากที่ดินมีมูลค่าเกิน 500 ล้านบาท จึงต้องเสนอ ครม. ตามกระบวนการ คาดว่าเริ่มกระบวนการได้ ภายในเดือนกันยายน  กรมธนารักษ์ คาว่า มีรายได้จากการประมูลทรัพย์สินทั้งหมด 14,000 ล้านบาท ในช่วงสิ้นเดือนกันยายนี้  เนื่องจากมีที่ดินแปลงใหญ่ที่น่าสนใจ รวมถึง เกาะที่จังหวัดกระบี่ 1 เกาะ  ได้ตั้งราคาขั้นต่ำไว้ไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท รวมถึงรายได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินอื่นๆ ที่สำคัญ 

 นายนายอัครุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  กรมธนารักษ์ ยังเดินหน้โครงการ สำหรับผู้สูงอายุ  เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาล 10 Plus  โดยกรมธนารักษ์สั่งการให้ธนารักษ์จังหวัดทั่วประเทศสำรวจพื้นที่ว่างที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์  เป็นพื้นที่ต้องอยู่ใกล้ศูนย์อนามัยหรือโรงพยาบาล  เพื่อความสะดวกในการเดินทางและดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ เพื่อกระจายก่อสร้างไปทั่วประเทศ  

 สำหรับความคืบหน้าโครงการ Senior Complex ( รามา-ธนารักษ์)  ยืนยันเดินหน้าต่อ   ทั้งในส่วนของโรงพยาบาลและที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ  หลังจากโครงการล่าช้ามานานกว่า  6 ปี มีผู้สูงอายุจองสิทธิ์เกินจำนวนก่อสร้าง เมื่อสภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนไป (เช่น เหตุการณ์ในยูเครนและตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ค่าครองชีพและต้นทุนสูงขึ้น)  จึงปรับลดขนาดโครงการ (สเกลจำนวนห้อง) ลดลง  แต่หากมีความต้องการเพิ่มขึ้นในอนาคตก็พร้อมจะขยายขนาดตาม 

 รัฐบาลพร้อมให้สิทธิของผู้จองเดิมเป็นอันดับแรก  หากต้องการยืนยันรับสิทธิ์หรือไม่ เนื่องจากอาจมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น  ตามต้นทุนที่สูงขึ้น ยอมรับว่าที่ผ่านมา มีผู้จองเดิมยกเลิกไปแล้วประมาณ 20%  ​กรมธนารักษ์  มีแนวโน้ม ขยายเกณฑ์อายุผู้เข้าพักลงมาเป็น 55 ปี  จากเดิม 60 ปี  จึงต้องรอสรุปและนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม. อีกครั้ง   ยืนยันว่าโครงการได้ปรับแผนใหม่แล้ว คาดว่าเร็วที่สุด  เมื่อก่อสร้างอาจริ่มเข้าอยู่อาศัยได้คือปี 2573 ยอมรับปัญหาที่โครงการล่าช้า เพราะ รพ.รามา ได้ยกเลิกสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นเจ้าเดียวกับการสร้างตึก สตง.สำหรับการสร้างโครงสร้างด้านต่างๆ ทั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และด้านต่างๆ แต่ในส่วนของอาคารที่พักอาศัยห้องชุด เป็นส่วนของ บริษัทธนารักษ์พัฒนาสินทรัยพ์ รับผิดชอบดูแล จึงไม่ต้องกังวล  กรมธนารักษ์ จึงเดินหน้าบริหารจัดการ เพื่อนำรายได้เข้ารัฐเพิ่มเติม.- 

เศรษกิจ-การเงิน