ครม.เห็นชอบยุทธศาสตร์งบปี 70 ตัดงบไม่จำเป็น มุ่งเกลี่ยงบ 8 แสนล้าน ฟื้นฟูเยียวยาผลกระทบวิกฤตน้ำมันแพง รองรับนโยบาย ”ไทยช่วยไทย“
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบยุทธศาสตร์การจัดทำงบประมาณปี 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ด้วยการปรับแผนบูรณาการ จากเดิม 9 แผนงาน ลดเหลือ 3 แผนงานบูรณาการ คือ แผนบูรณาการบริหารจัดการน้ำ แผนบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล แผนบูรณาการดูแลประชาชน ยอมตัดงบกลุ่มจังหวัดจากเดิม 20,000 ล้านบาท เหลือ 4,000 ล้านบาท ส่วนงบจังหวัดเสนอของบประมาณ ใช้เฉพาะในการพัฒนาท้องถิ่น การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว การลงทุนที่จำเป็น เพื่อนำงบประมาณที่เกลี่ยได้มาใช้เยียวยาฟื้นฟูจากวิกฤตพลังงาน ตั้งเป้าหมายผลักดันร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 บังคับใช้ให้ทัน 1 ตุลาคม 2569
ครม. ได้กำชับ ทุกส่วนราชการ ปรับแผนการจัดทำงบประมาณปี 70 ให้เลือกแนวทางการเช่ารถไฟฟ้า การติดตั้งโซล่ารูฟท็อป ดังนั้น จึงขอให้ชะลอเสนอของบด้านการดูงาน การสร้างอาคาร การสร้างสำนักงาน ขณะนี้สำนักงบประมาณ เปิดให้ส่วนราชการยื่นขอจัดสรรงบประมาณได้ถึง 1 พ.ค.69 นี้ โครงการที่เสนอของบต้องตอบโจทย์ รองรับความไม่สงบในตะวันออกกลาง รองรับสถานการณ์ของประเทศ และการป้องกันปราบปรามการทุจริต เนื่องจากรัฐบาลต้องการบริหารจัดการงบรองรับทั้ง 3 ด้านประมาณ 7-8 แสนล้านบาท
สำหรับการช่วยเหลือประชาชน ผู้ประกอบการ และทุกภาคส่วนผ่านโครการ “ไทยช่วยไทย” มีหลายโครงการ เช่น การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง บัตรสวัสดิการฯ คนละครึ่งพลัส หรือไทยช่วยไทย เป้าหมายช่วยเหลือประชาชน 20-30 ล้านคน เติมเงินให้ไม่ต่ำกว่าครั้งก่อน 2,000-2,500 บาท/ราย กระทรวงคลังกำลังศึกษาปัญหาวิกฤติพลังงานยืดเยื้ออย่างไร เพื่อกำหนดระยะเวลาการใช้จ่ายร้านค้าเข้าร่วมโครงการ นอกจากนี้ยังมอบหมาย ธ.ก.ส.ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ ”คนละครึ่ง“ ช่วยหลือเกษตรกรได้ซื้อปุ๋ยราคาถูก รวมถึงโครงการไทยช่วยไทย ผ่านโครงการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งต้องใช้เงินดูแลเยียวยาประชาชนอีกจำนวนมาก
นายภราดร กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลเสนอการออก พ.ร.บโอนงบประมาณปี 69 คาดว่าจะเสนอ พ.ร.บ.ได้ไม่เกินเดือน มิ.ย.69 เพื่อขีดเส้นให้ส่วนราชเร่งรัดการเบิกจ่ายงบ หลายฝ่ายคาดว่างบดังกล่าวมีประมาณ 8 หมื่นถึง 1 แสนล้านบาท ซึ่งต้องสรุปตัวเลบที่ชัดเจนอีกครั้ง สำหรับการจัดสรรงบปี 2570 เพื่อตั้งงบชดใช้เงินคงคลังจำนวน 7 หมื่นล้านบาท กำหนดไว้ในงบปี 2570 ได้ตามกฎหมาย ซึ่งจะช่วยให้เงินที่โอนมาสามารถนำไปใช้เยียวยาประชาชนได้ทันทีโดยไม่ต้องนำการโอนงบประมาณส่วนนี้ไปใช้หนี้เงินคงคลังของรัฐบาลก่อน.