ครม. ทุ่มงบ 1.65 แสนล้านบาท สร้างคลองระบายน้ำ “ชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย” เริ่มปี 2570
4

ทำเนียบรัฐบาล  (29 กันยายน 2569) ครม. อนุมัติงบ  สร้างคลองระบายน้ำขนาดใหญ่  “ชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย”  เริ่มปี 2570 ลดพื้นที่น้ำท่วม 3.48 ล้านไร่–ลดความเสียหาย 16,930 ล้านบาทต่อปี พร้อมเร่งโครงการบางบาล–บางไทร เชื่อมการระบายน้ำภาคกลาง

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า  นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการเกี่ยวกับการช่วยเหลือเยียวยาปัญหาน้ำท่วม เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม -น้ำแล้ง  ครม.ได้อนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลาก “ชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย”  โดยเริ่มโครงการ ในต้นปี 2570 ใช้เวลา 8 ปี เสร็จสิ้นในปี 2577  ช่วยลดความเสียหาย  16,930 ล้านบาทต่อปี ลดพื้นที่น้ำท่วมได้ 3.48 ล้านไร่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง

นอกจากนี้ ยังมีระบบคลองส่งน้ำที่สามารถเก็บกักน้ำในหน้าแล้งได้ประมาณ 1,555 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้งยังมีคลองระบายน้ำที่สามารถเป็นช่องทางขนส่งสินค้าเกษตรได้อีกด้วย โดยต้องมีการเตรียมพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยในส่วนของปี 2570 มีการตั้งงบประมาณเริ่มต้นดำเนินการที่ชัยนาทแล้ว

นอกจากนี้ยังเร่งรัด โครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำหลากบางบาล–บางไทร ได้ขยายระยะเวลาโครงการ  เชื่อมโยง 2 ระบบเข้าด้วยกันเพื่อลดน้ำท่วมในภาคกลางของประเทศไทย ซึ่งสัญญาเดิม ต้องแล้วเสร็จในปี 2569 – 2570 แต่เนื่องจากมีความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่จึงต้องขอขยายเวลาไปปี 2572  ครม. เร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วและไม่ควรขยายเวลาอีก ซึ่งกรมชลประทานระบุว่าจะเสร็จได้ในปี 2571 โดยมติคณะรัฐมนตรีจะไม่ให้ขยายระยะเวลาไปมากกว่านี้อีกแล้ว

สำหรับงบกลางที่เหลืออยู่ในการเยียวยาผู้ประสบภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและทั่วประเทศ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลาง 4,731 ล้านบาท โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำรวจและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งท้องถิ่นและกรุงเทพมหานคร ในการดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด

นายกรัฐมนตรี ยังได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้ร่วมประชุมกับรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีที่รับมอบหมาย และเมื่อมีการลงพื้นที่ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้ว่าราชการต้องอยู่ในพื้นที่เพื่อให้มีการสั่งการและดำเนินการอย่างรวดเร็ว  ให้รัฐมนตรีต่างๆ ทำเรื่องรายงานถึงนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี จะใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีในการดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำปิงมีปริมาณเพิ่มขึ้น แต่เมื่อมาผนวกกับแม่น้ำน่านที่จังหวัดนครสวรรค์ระดับน้ำจึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และเมื่อมีน้ำมาจากแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี ซึ่งมีปริมาณมากขึ้นจากน้ำฝน ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยในการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา จากเดิมที่มีการปล่อยน้ำที่ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่ประชุมมีมติเพิ่มการปล่อยน้ำขึ้นสูงสุดได้อยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยให้ปล่อยเป็นระดับขั้นบันไดและดูสถานการณ์โดยไม่ได้ปล่อยทีเดียว โดยปริมาณน้ำ 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งหากเพิ่มขึ้นทีเดียว น้ำที่อยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อนจะสูงขึ้น 30 เซนติเมตร ในการปล่อยน้ำจะต้องดูการเก็บเกี่ยวพืชผลของประชาชนด้วย.-

#คลองระบายน้ำ #ชัยนาทป่าสักอ่าวไทย #แก้ปัญหาน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #ครม #ทำเนียบรัฐบาล #กรมชลประทาน #บางบาลบางไทร #ภาคกลาง #ลุ่มน้ำเจ้าพระยา #สร้างคลอง  #ลดน้ำท่วม #ลดความเสียหาย #ข่าววันนี้ #ข่าวเศรษฐกิจ #Finance newscenter

- Advertisement -
เศรษกิจ-การเงิน
แกลลอรี่
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -