เงินบาทฟื้นแตะ33.43-33.45บ.จากแรงหนุนทองคำ-เยน
1

KResearch ประเมินเงินบาทวันนี้(25ก.ย.)แกว่งในกรอบ 33.40-33.55 บาทต่อดอลลาร์ฯ หลังเปิดตลาดแข็งค่ากลับมาเล็กน้อย ท่ามกลางแรงหนุนจากราคาทองคำและเยน จับตาแรงขายเงินบาทจากทิศทางดอลลาร์ฯ และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ รวมถึงความคาดหวังเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้

(กรุงเทพฯ: 25 ก.ย.69)บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) ในกลุ่มธุรกิจธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ระบุว่า เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 33.43-33.45 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (8.45 น.) เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 33.48 บาทต่อดอลลาร์ฯ

เงินบาทแข็งค่ากลับมาเล็กน้อย แต่ในภาพรวมยังเป็นการเคลื่อนไหวในกรอบแคบ (หลังจากที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องในช่วงหลายวันก่อนหน้า) โดยเงินบาทมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก และค่าเงินเยนที่แข็งค่ากลับมาบางส่วนท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับโอกาสความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้ามาแทรกแซงเพื่อชะลอการอ่อนค่าของเงินเยน โดยเฉพาะหลังจากที่เงินเยนอ่อนค่าเข้าใกล้แนว 160 เยนต่อดอลลาร์ฯ

อย่างไรก็ดี คงต้องระวังแรงกดดันด้านอ่อนค่าของเงินบาทในระหว่างวัน เนื่องจากเงินดอลลาร์ฯ และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ยังมีแรงประคองจากการคาดการณ์เกี่ยวกับทิศทางการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟด โดยตลาดบางส่วนเริ่มให้น้ำหนักกับโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยใน 2 รอบการประชุมที่เหลือของปีมากขึ้น ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่คาด ทั้งจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์และยอดขายบ้านใหม่เดือนส.ค. [วานนี้ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 30 ปี เพิ่มขึ้นไปที่ 5.48% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2547 ขณะที่บอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ที่ 5.21%]

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 33.40-33.55 บาทต่อดอลลาร์ฯขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือนส.ค. ของไทย ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ ทิศทางเงินหยวนและเงินเยน สถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงตัวเลขยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนส.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย. ของสหรัฐฯ

- Advertisement -
เศรษกิจ-การเงิน
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
เศรษกิจ-การเงิน