นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวระหว่างการเปิดงาน SUbcon Thailand Intermach ว่า การลงส่งเสริมการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่าน รอไม่ได้แล้ว เพราะไม่รู้ว่าสงครามจะจบลงเมื่อไร เพราะราคาพลังงานโลกยังสูงอยู่อีก 2-3 ปี หากไทยไม่เร่งเปลี่ยนผ่าน ทุกฝ่ายจะได้รับผลกระทบหนักมาก เมื่อโอกาสมาจ่ออยู่ประตูหน้าบ้าน จึงต้องเร่งลงทุนในกลุ่มเป้าหมาย
ในอดีตเรื่องการลดคาร์บอน (Decarbonization) หรือความยั่งยืน (Sustainability) ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่เป็นทางเลือกหรือควรทำเพื่อความสม่ำเสมอ แต่ในปัจจุบันสิ่งนี้ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็น “ทางรอด” ที่ต้องทำอย่างเลี่ยงไม่ได้ เห็นตัวอย่างประเทศจีน ได้เริ่มเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดเมื่อ 5-6 ปีสก่อน ทำให้ประชาชนไม่ได้รับผลกระทบมากนักเมื่อเกิดวิกฤตราคาพลังงานน้อยมาก ต่างจากไทยที่ยังพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูงมาก การเปลี่ยนผ่านนี้มีความจำเป็นเร่งด่วนและไม่สามารถรอการโต้แย้งทางการเมืองได้ เพราะความผันผวนของราคาน้ำมันจากภาวะสงครามอาจกลับมากระแทกเศรษฐกิจไทยได้ทุกเมื่อ
ไทยจึงต้องปรับตัวด้านเทคโนโลยีและแรงงาน เมื่อทั่วโลกกำลังกังวลเรื่อง AI และเทคโนโลยีที่จะมาแย่งงานคน แต่สำหรับประเทศไทยซึ่งกำลังเผชิญปัญหาแรงงานน้อย แต่นายเอกนิติเน้นย้ำว่า “ใครที่ไม่ปรับตัว ยังไงก็ตกงานอยู่ดี” จึงจำเป็นต้องนำ AI และดิจิทัลมาช่วยในการทำงานและรีบทำการ Transform โดยเร็ว เพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักร นำดิจิทัล AI และพลังงานสะอาดมาใช้ให้มากขึ้น
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า อุตสาหกรรมไทย กำลังเข้าสู่จังหวะเร่งตัวครั้งสำคัญ ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจ จากแรงกดดันต้นทุนพลังงานสูง นับว่าไทยถูกจับตาในฐานะ “ฐานการผลิตยุทธศาสตร์” ของภูมิภาค บึโอไอ จึงต้องเร่งผลักดันการลงทุนจริงตามที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนกว่า 1.8 ล้านล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจกลุ่มเป้าหมาย
.-#เอกนิติ#SUbcon Thailand#Finance News Center#ปรีชา มีชำนาญ

