ดร.สุวิทย์ เมษิณทรีย์ เล่าว่า เมื่อ “ระเบียบโลก” ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยกำลังทหารเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังถูกเปลี่ยนผ่านลึกไปถึง “สถาปัตยกรรมของอำนาจ” ที่วัดกันด้วยระบบ มาตรฐาน เทคโนโลยี และความไว้วางใจ
คำถามสำคัญสำหรับประเทศไทยจึงไม่ใช่แค่เราจะ “เลือกข้างใคร” แต่คือ “เราจะเป็นใครในสายตาโลก”
I. นิยามใหม่ของ Middle Power: ความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์
ในโลกยุคใหม่ Middle Power ไม่ใช่ประเทศที่ “ขนาดกลาง” แต่คือประเทศที่มี “Strategic Relevance” หรือความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ที่โลกขาดไม่ได้
- สิงคโปร์ ไม่ได้ใหญ่ แต่คือ “สมอง” และ “คลังหลวง” ของภูมิภาค
- เกาหลีใต้ ไม่ได้มีประชากรมากที่สุด แต่คือ “ห้องแล็บ” และ “โรงงานไฮเทค” ของโลก
- ไทย ต้องค้นหาจุดที่คนอื่นต้องคำนึงถึง (Indispensable Node) เพื่อเปลี่ยนจากรัฐผู้ตาม เป็นรัฐที่ร่วมกำหนดกติกา
II. จากขั้วอำนาจ (Blocs) สู่เครือข่าย (Networks)
ระเบียบโลกศตวรรษที่ 21 กำลังเปลี่ยนจาก “ความสัมพันธ์ที่แข็งทื่อ” (Bloc Politics) สู่ “ความสัมพันธ์ที่ลื่นไหล” (Variable Geometry)
- ขนาด ไม่สำคัญเท่าความซับซ้อนของบทบาท
- การเป็นสมาชิกค่าย ไม่สำคัญเท่าการเป็นตัวเชื่อมที่ขาดไม่ได้
- ประเทศที่มีอิทธิพล ไม่ใช่รัฐในระบบปิด แต่เป็นรัฐที่สามารถเปิดพื้นที่ให้หลายระบบ (สหรัฐฯ-จีน-ยุโรป) เข้ามาปลั๊กอินได้โดยไม่ขัดแย้ง
III. 5 เสาหลักยุทธศาสตร์: การออกแบบตำแหน่งแห่งที่ของไทย
เพื่อให้ไทยก้าวสู่การเป็นมหาอำนาจระดับกลางที่มีอิทธิพลจริง เราต้องเปลี่ยนบทบาทผ่าน 5 ยุทธศาสตร์เชิงรุก:
- พื้นที่กลางเชิงยุทธศาสตร์—Neutrality-as-a-Service: ไทยต้องเลิกเป็นเพียง “ผู้สังเกตการณ์” แต่ต้องเป็น “ตัวกลางผู้ทรงเกียรติ” ที่สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้มหาอำนาจมาเจรจา ค้าขาย หรือเชื่อมต่อธุรกิจข้ามค่าย โดยมีกฎหมายและมาตรฐานสากลรองรับ
- โหนดที่โลกไว้วางใจ— Trusted Node in Global Supply Chain: ในยุคที่โลกต้องการ De-risking ไทยต้องยกระดับจาก “ฐานการผลิตต้นทุนต่ำ” ไปสู่ “ฐานการผลิตที่น่าเชื่อถือ” โดยเน้นมาตรฐาน ESG และการเป็น Supply Chain Resilience ที่ไม่มีนัยแอบแฝงทางการเมือง
- ศูนย์กลางเทคโนโลยีเพื่อมนุษย์—Human–AI Intelligence Hub: สร้างจุดยืนที่แตกต่างด้วยการเป็นพื้นที่พัฒนา AI และเทคโนโลยีที่มี “จริยธรรม” (Techno-Moral Society) ดึงดูด Talent ทั่วโลกด้วยระบบนิเวศที่เปิดกว้างและมีคุณภาพชีวิตสูง
- มหาอำนาจด้านความมั่นคงพื้นฐาน— Security of Life Power : ใช้ความแข็งแกร่งด้านอาหาร เกษตรแม่นยำ และบริการสุขภาพ เป็นอำนาจต่อรองในโลกที่เผชิญวิกฤตโรคระบาดและภาวะขาดแคลนอาหาร
- อำนาจแห่งระบบ— Soft Systems Power: มากกว่าวัฒนธรรม คือการสร้าง “ระบบที่น่าอยู่” (City Openness, Legal Predictability) ทำให้ไทยเป็นโหนดที่คนเก่งและทุนระดับโลกอยากมาวางรากฐาน ไม่ใช่แค่มาท่องเที่ยว
IV. หัวใจสำคัญ: จาก Game of Power สู่ Game of State
อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของไทยไม่ได้อยู่ภายนอก แต่อยู่ที่โครงสร้างภายใน หากเราต้องการเป็น Middle Power ที่มีพลัง เราต้องปฏิรูป “รัฐ” ใน 4 มิติ:
- Politics of Capacity: เปลี่ยนการเมืองที่มุ่งยึดครองทรัพยากร เป็นการเมืองที่แข่งกันเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ
- Long-term Statecraft: ก้าวข้ามชัยชนะระยะสั้นในรอบเลือกตั้ง สู่การวางยุทธศาสตร์ชาติที่ต่อเนื่อง 10-20 ปี โดยมีระบบราชการสมรรถนะสูงเป็นฟันเฟืองหลัก
- Strategic State: รัฐต้องเลิกทำงานแบบไซโล แต่ต้องตัดสินใจบนข้อมูลและความต่อเนื่อง เพื่อสร้าง “ความเชื่อมั่น” ในเวทีโลก
- Designing Nation: เปลี่ยนจากรัฐที่ “รอปรับตัว” เป็นรัฐที่ “กล้ากำหนดกติกา” เพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติในระยะยาว
บทสรุป: ภารกิจแห่งยุคสมัย
Middle Power Thailand ไม่ใช่เรื่องของความภาคภูมิใจในอดีต แต่คือ “ยุทธศาสตร์การอยู่รอด” ในระเบียบโลกใหม่ที่ผันผวน
หากเราสามารถยกระดับรัฐให้มีความชัดเจนเชิงยุทธศาสตร์และมีความมั่นคงภายใน วันหนึ่งประเทศไทยจะไม่ใช่เพียงประเทศที่ “ปรับตัวตามโลก” แต่จะเป็นหนึ่งในสถาปนิกที่ช่วย “ออกแบบระเบียบโลกใหม่” เพื่อความมั่งคั่งและยั่งยืนของคนไทยอย่างแท้จริง ….- ปรีชา มีชำนาญ รายงาน

