กรุงเทพฯ 10 พ.ค.- คาร์บอนเครดิต” เกมใหม่การค้าโลก! EXIM BANK เตือน SME ไทยอย่าตกขบวน Green Economy เร่ง SME ไทยรับมือ ก่อนถูกปิดประตูส่งออก ลุกตลาดประกันความเสี่ยง
นายอิทธิพล เลิศศักดิ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวว่า กระแสโลกด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม (ESG) กำลังมาแรง วงการภาคธุรกิจ ตลาดเงิน ตลาดทุน ต่างให้ความสนใจอย่างมาก หลายประเทศทั่วโลก จึงกำหนด มาตรการทางการค้าใหม่ อย่างเช่นยุโรป (CSRD : Corporate Sustainability Reporting Directive) ได้นำมาบังคับใช้เป็นกฎหมาย สำหรับกลุ่มผู้นำเข้า (Importer) รายใหญ่ของยุโรป ผู้ส่งออกไทยจะต้องเผชิญกับมาตรการกีดกันทางการค้าในรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะจากยุโรปที่เริ่มนำมาใช้แล้วแต่ยังไม่ได้บังคับใช้เต็มที่เนื่องจากภาวะสงครามตะวันออกกลาง
เวทีโลก ลงดาบผ่าน คาร์บอนฟุตพริ้นท์ ดูแลสิ่งแวดล้อม
สำหรับแผนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ภายใต้มาตรการ CSRD ผู้นำเข้าในยุโรปจะต้องรายงานเรื่องความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) จึงส่งผลผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทยอย่างมาก ทำให้ผู้ส่งออกไทยถูกบังคับให้ต้องดำเนินการตาม โดยมีบทลงโทษ หากไม่สามารถส่ง ข้อมูลได้ตามกฎหมาย จะถูกห้ามทำการค้าร่วมกัน ในบางประเทศ CEO ของบริษัทผู้นำเข้าอาจโดนปรับหรือติดคุก ซึ่งถือเป็นกฎหมายที่รุนแรงมาก
ในส่วนขอ EXIM BANK จึงเดินหน้าช่วยเหลือผู้ส่งออก SME เนื่องจากการทำรายงานความยั่งยืนมาตรฐานสากลมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ปกติฉบับละประมาณ 2 ล้านบาท ทำให้ผู้ส่งออก SME ไทยอาจรับภาระไม่ไหว EXIM BANK จึงมีแนวทางช่วยเหลือ อย่างเช่น การทำ Bundling (การผสมผสานบริการ) EXIM BANK นำบริการสินเชื่อ SME ดอกเบี้ยต่ำ มาจับคู่กับการทำรายงานความยั่งยืน ด้วยการจัดโปรโมชั่นพิเศษ ลดค่าใช้จ่ายในการทำรายงานจากหลักล้านให้เหลือเพียงหลักหมื่น (เช่น จาก 2 ล้านบาทเหลือ 20,000 บาท เพื่อลดภาระ เพื่อให้ SME มีรายงานไปแสดงต่อคู่ค้าในยุโรปได้)
เพิ่มโอกาสทางการค้า ประกันความเสี่ยงให้ผู้ส่งออก SME
แนวทางการเพิ่มโอกาสทางการค้า เมื่อมีการจัดทำรายงาน จะช่วยให้ SME ไทย เหนือกว่าคู่แข่ง ที่ไม่มีจัดทำรายงาน และช่วยชดเชยต้นทุน (Offset) ที่เพิ่มขึ้นจากการขายสินค้าได้มากขึ้นในระยะยาว นับว่า “คาร์บอนเครดิต” EXIM BANK จึงให้บริการสินเชื่อบวกประกันส่งออก เพื่อรองรับการเปิดตลาดใหม่ เพื่อป้องกันความเสี่ยง ในสภาวะเศรษฐกิจผันผวน คู่ค้าทั้งรายเก่าและรายใหม่อาจล้มละลายได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้นการประกันส่งออกจะช่วยคุ้มครองกรณีผู้ซื้อต่างประเทศไม่ชำระสินค้า โดยปกติจะคุ้มครองสูงถึง 90% ของมูลค่า Invoice โดยพร้อมปรับลดราคาเพื่อ SME ด้วยค่าเบี้ยประกันต่ำ (ประมาณ 5,000 บาทต่อมูลค่า 1 ล้านบาท)
ยอมรับว่า SME บางส่วนยังมองว่าแพง EXIM BANK จึงปรับรูปแบบโดยลดสัดส่วนความคุ้มครองลงเหลือ 50% เพื่อให้ค่าเบี้ยถูกลงและเข้าถึงง่ายขึ้น จากเงื่อนไขปัจจุบัน คิดดอกเบี้ยพิเศษประมาณ 3% และกำลังพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในอนาคต (เช่น ให้เลือกสัดส่วนความคุ้มครองได้ตามความต้องการระหว่าง 50-90%) คาดว่าจะชัดเจนภายในปีนี้ EXIM BANK ไม่ได้แบกรับความเสี่ยงไว้เพียงผู้เดียว แต่มีนโยบายกระจายความเสี่ยง (Reinsurance) โดยส่งต่อความเสี่ยงให้กับบริษัทประกันต่อ (Insurer) ประมาณ 60% เพื่อให้ธนาคารสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ในวงกว้างโดยไม่เกิดความเสียหายต่อระบบ .-#EXIM BANK#ผู้ส่งออกเอสเอ็มอี#Finance News Center