3 หน่วยงาน ตั้ง “AI Innovation and Technology Center” ขับเคลื่อนไทย สู่ Intelligent Manufacturing
0

”หนุนนำ AI ไปประยุกต์ใช้กับกระบวนการผลิต“ ส.อ.ท.-มหิดล–บพค. ประกาศความร่วมมือตั้ง “AI Innovation and Technology Center” ขับเคลื่อนภาคการผลิตสู่ Intelligent Manufacturing

(กรุงเทพฯ : 18 ก.ย.69) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล และหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) จัดตั้ง “ศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Innovation and Technology Center)” พร้อมเดินหน้าโครงการ “ยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมผ่านการประยุกต์ใช้ AI ในภาคการผลิต (AI Innovation for Manufacturing)” วางกลไกพัฒนาระบบนิเวศ AI อย่างครบวงจร ตั้งแต่พัฒนากำลังคน ให้คำปรึกษาเชิงลึก บริการการทดสอบเทคโนโลยีเสมือนจริง ตลอดจนสนับสนุนทุนพัฒนา AI Solution ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในโรงงาน มุ่งลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยด้วยการผลิตอัจฉริยะ (Intelligent Manufacturing)

ความร่วมมือครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือAI ซึ่งกำลังเข้ามาเปลี่ยนการทำงานและกระบวนการผลิตทั่วโลก สำหรับประเทศไทยเอง ยังมีช่องว่างสูงระหว่าง “ความต้องการใช้ AI” กับ “ความสามารถในการพัฒนาและนำ AI ไปใช้ได้จริง” โดยผู้ประกอบการไทยจำนวนมากยังเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับธุรกิจ โดยเฉพาะ AI Solutions ที่มีต้นทุนสูง มีการพึ่งพาโซลูชันจากต่างประเทศ และความไม่แน่นอนของผลตอบแทนจากการลงทุน

AI Innovation and Technology Center หรือ AI-ITC จึงถูกจัดตั้งขึ้นและออกแบบให้เป็นกลไกกลางในการสนับสนุนผู้ประกอบการตลอดกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตด้วย AI ตั้งแต่การให้คำปรึกษาและออกแบบแนวทางการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้า พัฒนากำลังคนด้าน AI ทั้งReskill, Upskill และ New skill ภายใต้กรอบสมรรถนะที่แบ่งระดับความเชี่ยวชาญอย่างชัดเจน ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีแบบ Co-creation ร่วมกับภาคเอกชนเพื่อให้เกิดโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

ศูนย์ฯ ครอบคลุมเทคโนโลยีแห่งอนาคต อาทิ Physical AI, AI Edge Computing และ Digital Twin พร้อมสร้างพื้นที่สำหรับทดสอบโมเดล AI และฮาร์ดแวร์ มีโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนา AI ที่จำเป็นรวมถึงเชื่อมโยงไปสู่พื้นที่ทดสอบในรูปแบบ e-factory automation park

นอกจากนี้ AI-ITC ยังมีเป้าหมายต่อยอดการประยุกต์ใช้ AI ไปสู่สาขาอื่นที่มีความสำคัญต่อประเทศอาทิ ในกลุ่มสุขภาพ (Healthcare) และเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในระยะต่อไป เพื่อขยายการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ให้ครอบคลุมทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจ

สำหรับโครงการ AI Innovation for Manufacturing บพค. ในฐานะหน่วยบริหารจัดการทุนที่มีภารกิจขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต จะใช้กลไกทุนเป็นเครื่องมือเร่งการเปลี่ยนผ่านภาคการผลิตไทยสู่ AI-driven Manufacturing โดยจะคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีความพร้อมและมีโจทย์การใช้งานจริง มาจับคู่กับ System Integrator หรือผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ (ISV) ที่มี AI Solutions พร้อมใช้งาน รวมถึงผู้ประกอบการเทคโนโลยี AI (AI Tech Entrepreneur) สัญชาติไทย

โครงการจะสนับสนุนทุนในรูปแบบ Co-Funding เพื่อให้เกิดการนำเทคโนโลยี AI ไปประยุกต์ใช้และพิสูจน์ผลในโรงงานจริง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะบุคลากรให้สามารถดูแล บำรุงรักษา และต่อยอดเทคโนโลยีได้ด้วยตนเองในระยะยาว กลไกดังกล่าวจะช่วยลดช่องว่างระหว่าง “เทคโนโลยีที่พัฒนาได้” กับ “เทคโนโลยีที่ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้ได้จริง” พร้อมสร้างต้นแบบการยกระดับผลิตภาพที่สามารถขยายผลไปสู่อุตสาหกรรมไทยในวงกว้าง

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ปัจจุบันภารกิจสำคัญของ ส.อ.ท. คือ การขับเคลื่อน“The New Chapter of Thai Industry” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยด้วย “ยุทธศาสตร์ 5I” โดยหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญ คือ “Intelligent Industry” ที่มุ่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มายกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ความเป็นอัจฉริยะ

ส.อ.ท. จะผลักดันการนำเทคโนโลยี AI ระบบอัตโนมัติ (Automation & Robotics) และการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) มาใช้ในภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับแนวคิด Lean and Automation เพื่อขจัดความสูญเสียและปรับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพก่อนการลงทุนด้านเทคโนโลยี  ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และยกระดับโรงงานไทยสู่ Smart Factory และ Smart OEM

พร้อมกันนี้ ส.อ.ท. จะสนับสนุนการใช้ระบบ Data-driven Manufacturing ผ่านการประยุกต์ใช้ระบบMES (Manufacturing Execution System) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-time ควบคุมคุณภาพด้วยระบบอัตโนมัติ และเชื่อมโยงข้อมูลตลอดสายการผลิต เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ  รวมทั้งจะผลักดันความร่วมมือกับภาครัฐและสถาบันการเงิน เพื่อพัฒนาเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี อาทิ AI & Automation Transition Loan ซึ่งจะช่วยลดข้อจำกัดด้านเงินลงทุนและเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถปรับตัวได้เร็วขึ้น

สำหรับความร่วมมือระหว่าง ส.อ.ท. มหาวิทยาลัยมหิดล และ บพค. ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทุนวิจัยจากภาควิชาการเข้ากับโจทย์และความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงและนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ไปประยุกต์ใช้ได้จริงซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Intelligent Industry) และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดล จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมศักยภาพของนักวิจัยและ System Integrator หรือผู้พัฒนาซอฟต์แวร์(ISV) ให้สามารถทำงานบนโจทย์และความต้องการของภาคเอกชน โดยศูนย์ AI-ITC มีทั้งนักวิจัยเครื่องมือที่จำเป็นต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและพื้นที่ทดลองโมเดล AI และ AI Solution ก่อนนำไปประยุกต์ใช้จริง ด้วยความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำระดับโลก อาทิ Amazon Web Services (AWS), NVIDIA, Mitsubishi Electric Factory Automation (Thailand) และKorea Telecom (KT) จะช่วยเสริมความพร้อมด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ผู้ประกอบการที่ต้องการนำ AI ไปใช้เกิดความมั่นใจมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยให้ผู้ประกอบการไทยในกลุ่มดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์มีต้นทุนการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม และสามารถยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้

ด้าน ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการ บพค. กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI เป็นทั้งความท้าทายและโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย การสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงการเป็น “ผู้ใช้เทคโนโลยี” แต่ต้องยกระดับไปสู่การเป็นประเทศที่สามารถ พัฒนา ประยุกต์ใช้และต่อยอดเทคโนโลยีได้ด้วยตนเอง บพค. จึงทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงทุนวิจัย นักพัฒนาเทคโนโลยีผู้ให้บริการระบบ และภาคอุตสาหกรรม ให้ร่วมกันพัฒนา AI บนโจทย์จริงของภาคการผลิต เพื่อเร่งให้นวัตกรรมไทยก้าวจากห้องวิจัยสู่การใช้งานจริง พร้อมสร้างตลาดและโอกาสให้ผู้พัฒนาเทคโนโลยีไทยเติบโตควบคู่ไปกับการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ โดยในระยะแรก บพค. ตั้งเป้าสนับสนุนโรงงานอุตสาหกรรมอย่างน้อย 50 แห่งเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างต้นแบบการประยุกต์ใช้AI และขยายผลไปสู่ระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือของทั้ง 3 หน่วยงาน จึงถือเป็นการวางรากฐานสำคัญต่อระบบนิเวศ AI ของประเทศ ที่เชื่อมโยงตั้งแต่งานวิจัยสู่โรงงาน เชื่อมเทคโนโลยีสู่ธุรกิจ ตอบโจทย์อุตสาหกรรมไทยและสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจด้วยศักยภาพของคนไทย นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลงาน AI Solutions เพื่อสะท้อนศักยภาพของเทคโนโลยีไทย และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเห็นแนวทางการนำ AI ไปประยุกต์ใช้กับกระบวนการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำเป้าหมายร่วมกันของทั้ง 3 หน่วยงานในการผลักดัน “AI จากห้องวิจัยสู่โรงงานจริง” และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Intelligent Manufacturing อย่างเป็นระบบ

- Advertisement -
เศรษกิจ-การเงิน
แกลลอรี่
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
เศรษกิจ-การเงิน