กระทรวงการคลัง 19 มิ.ย.- ”เอกนิติ“ เตรียมถก กรอ. นัดแรก ร่วมขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน มุ่งผลักดันจีดีพีปี 69 ไม่ต่ำกว่า 2% เตรียมประกาศแผนยกระดับประเทศใน 4 ปีข้างหน้า
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า วันจันทร์นี้ 22 มิ.ย.69 รัฐบาลเตรียมจัดประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐ เอกชน (กรอ.) นัดแรก โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อนำข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน มีตีโจทย์ขยายความ นำมาจัดทำเป็นแผนปฏิบัติของรัฐบาล เพื่อเน้นการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน การศึกษา การทำตลาดใหม่ การผ่อนคลายกฎระเบียบ ให้มีความคล่องตัว เพราะทั้ง IMD ,S&P,มูส์ดี้ ต่างมองว่าไทยมีปัญหาเรื่องกฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน ไม่เอื้ออำนวยความสะดวกต่อการลงทุน
สำหรับบีโอไอ เตรียมวางยุทธศาสตร์ ดึงการลงทุนต่างชาติ ให้มีผลถึงเอสเอ็มอีไทย หลัง ครม. อนุมัติให้นำเงินจากกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มาช่วยเหลือเอสเอ็มอีเพิ่มเติม การประชุม กรอ. นัดแรก จึงมุ่งเน้นปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อกำจัดจุดอ่อนของไทย จากนั้นในวันอังคาร เตรียมเชิญนักลงทุนเข้ามารับฟัง เพื่อต่อยอดโครงการ BOI FastPass การอำนวยความสะดวกในการลงทุน เพื่อปลดล็อคอำนวยความสะดวกในการลงทุนรวดเร็วขึ้น เพราะหัวใจสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ต้องเน้นปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยการจับมือร่วมกับ กรอ.เอกชน
ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การลดดอกเบี้ยของสหรัฐเริ่มจบลงแล้วจากฝั่งของสหรัฐ หลายประเทศในอาเซียนปรับเพิ่มดอกเบี้ย เพื่อลดปัญหาการอ่อนค่าของค่าเงินแต่ละประเทศ ในช่วงโลกมีความผันผวน กลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะไม่ต้องถูกบังคับให้กำหนดนนโยบายที่ไม่เหมาะกับเศรษฐกิจของประเทศขนาดเล็ก เมื่อไทยเริ่มมีเสถียรภาพ ต้องเดินหน้าลดปัญหาจุดอ่อน เพื่อปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานของไทย
ดร. เอกนิติ ระบุว่า รัฐบาล มุ่งการผลักดัน SME โดยเชิญนายกสมาพันธ์ SMEเข้ามาร่วมหารือด้วย เพื่อรับฟังปัญหาของ SME อย่างจริงจัง โจทย์ใหญ่สำคัญไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการเติบโตจีดีพี โดยขอก้าวข้ามตัวเลข GDP ระยะสั้น ขอประคอง GDP ปีนี้ พยายามไม่ให้โตมากกว่า 2% แต่หัวใจสำคัญคือการปรับปรุงโครงสร้างระยะยาว เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตตามศักยภาพ แบบ “Inclusive Growth” การทำให้ความเจริญกระจายไปสู่ SME และคนไทยอย่างทั่วถึง เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบ K-shape
รัฐบาล ยังออกมาตรการสนับสนุน ผ่านกองทุนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของ BOI จะให้เงินทุน (Grant) สำหรับ SME เพื่อปรับโครงสร้าง เปลี่ยนเครื่องจักรสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่ และเปลี่ยนผ่านพลังงาน การออกโครงการพี่ช่วยน้อง เพื่อให้บริษัทขนาดใหญ่ช่วยสนับสนุน SME ให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมทั้งแต้มต่อ Made in Thailand ด้วยการให้สิทธิประโยชน์แก่สินค้าที่ผลิตในไทยมากขึ้น โดยต้องมีระบบการตรวจสอบ (Verify) เพื่อป้องกันการแอบอ้าง และให้ผลประโยชน์ตกแก่ผู้ประกอบการไทย
ดร.เอกนิติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมแห่งอนาคตและการเปลี่ยนผ่าน ต้องการดึงอุตสาหกรรมใหม่ เพราะประเทศไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ต้องตั้งโจทย์ให้ถูกว่าจะดึงอุตสาหกรรมอนาคต เช่น EV, PCB และ Data Center เข้ามาลงทุนได้อย่างไร โดยไม่ให้คนไทยตกขบวน การสร้าง Supply Chain โดยถอดบทเรียนจากอุตสาหกรรมรถยนต์ในปี 1980 ที่ญี่ปุ่นย้ายฐานผลิตมาไทยจนเกิดซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง วันนี้ต้องใช้แนวทางเดียวกันแต่เน้นเทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น
สำหรับนโยบาย Data Center BOI กำลังทบทวนยุทธศาสตร์ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ไทยเป็นฐานอุตสาหกรรมสมัยใหม่และ AI การสร้าง “อธิปไตยทางข้อมูล” โดยเน้นให้ข้อมูลอยู่ในไทยเพื่อให้ใช้บริการได้เร็วและราคาถูกลง การจัดการทรัพยากรทั้งไฟฟ้า น้ำประปา รองรับการลงทุน เพื่อไม่ให้ Data Center มาแย่งน้ำและไฟของคนในประเทศ โดยอาจเปิดให้ผู้ลงทุนร่วมลงทุนในพลังงานสะอาดด้วยตนเอง การมุ่งพัฒนาแรงงานไทย มุ่งสร้าง “Data Center Scientist” และทักษะ Cloud Service ให้กับคนไทย รัฐบาลเตรียมประกาศแผนลงทุนระยะกลางและยาว กำหนดแผนงาน 1 ปี และเป้าหมายการยกระดับประเทศใน 4 ปีข้างหน้า

