โลกเปลี่ยน เกมพลังงานเปลี่ยน EV ก้าวสู่หัวใจความมั่นคงพลังงาน

โลกเปลี่ยน เกมพลังงานเปลี่ยน EV ก้าวสู่หัวใจความมั่นคงพลังงาน

 

Bnomics by Bangkok bank ได้ออกบทความ  ระบุถึง  EV กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยด้านความมั่นคงทางพลังงานมากขึ้น นอกเหนือจากเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยคาร์บอน  ยอดขาย EV ทั่วโลกทะลุ 20 ล้านคันในปี 2025  คาดว่าเพิ่มเป็น 23 ล้านคันในปี 2026 สะท้อนว่า EV  กลายเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์กระแสหลักของโลก   อุตสาหกรรม EV โลกกำลังพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานของจีนอย่างมาก ทำให้การแข่งขันด้านเทคโนโลยีและความมั่นคงทางอุตสาหกรรมกลายเป็นประเด็นสำคัญของหลายประเทศ

อาเซียนกำลังก้าวขึ้นเป็นทั้งตลาดผู้บริโภคและฐานการผลิต EV แห่งใหม่ของโลก ท่ามกลางการแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนจากผู้ผลิตรายใหญ่  ขณะที่ไทยเป็นตลาด EV ใหญ่เป็นอันดับสองของอาเซียน  หลังได้ออกมาตรการ EV 3.5 และเป้าหมาย 30@30 กำลังเร่งให้ไทยก้าวสู่ศูนย์กลางการผลิต EV ของภูมิภาค   ความท้าทายของไทยไม่ใช่เพียงการดึงดูดโรงงานประกอบรถยนต์ แต่คือการยกระดับไปสู่อุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง เช่น แบตเตอรี่ เซมิคอนดักเตอร์ ซอฟต์แวร์ AI และการรีไซเคิลแบตเตอรี่

 

EV: จากนโยบายสิ่งแวดล้อมสู่ยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางพลังงาน

หลายปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มักถูกเชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ในปัจจุบัน EV กำลังถูกมองในอีกมิติหนึ่ง นั่นคือ การเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมัน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานพลังงาน หลายประเทศเริ่มตระหนักว่าการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนำเข้าไม่ได้เป็นเพียงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของชาติ

สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดว่า ยอดขาย EV ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 20 ล้านคันในปี 2025 เป็นราว 23 ล้านคันในปี 2026 หรือคิดเป็นประมาณ 28% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั่วโลก สะท้อนว่า EV ได้ก้าวจากตลาดเฉพาะกลุ่มสู่การเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์กระแสหลักอย่างเต็มตัว

🇨🇳 “จีน” ผู้กำหนดเกมใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

จีนไม่ได้เป็นเพียงตลาด EV ที่ใหญ่ที่สุดของโลก แต่ยังเป็นศูนย์กลางการผลิต EV และแบตเตอรี่ที่สำคัญที่สุดของโลก โดยมีสัดส่วนการผลิตรถ EV เกือบ 75% และการผลิตเซลล์แบตเตอรี่มากกว่า 80% ของโลก ความได้เปรียบดังกล่าวเกิดจากห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจร การสนับสนุนจากภาครัฐ การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์จีนสามารถขยายตลาดเข้าสู่ประเทศต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในอีกด้านหนึ่ง ความเป็นผู้นำของจีนยังสะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรม EV ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันด้านการผลิตรถยนต์ แต่เป็นการแข่งขันเพื่อครอบครองเทคโนโลยี วัตถุดิบ และห่วงโซ่อุปทานแห่งอนาคต

อาเซียนกำลังกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของการลงทุน  EV

การแข่งขันในอุตสาหกรรม EV ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในจีน สหรัฐฯ หรือยุโรปอีกต่อไป แต่กำลังขยายมายังอาเซียน ซึ่งมีศักยภาพทั้งในฐานะตลาดผู้บริโภคและฐานการผลิตแห่งใหม่ของโลก

หลายประเทศในภูมิภาคต่างเร่งออกมาตรการสนับสนุน EV เพื่อดึงดูดการลงทุน สร้างอุตสาหกรรมใหม่ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

🇹🇭 ไทยเร่งเครื่องสู่การเป็น “ศูนย์กลาง EV ของอาเซียน”

ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับประโยชน์จากกระแสการลงทุน EV มากที่สุดในอาเซียน โดยยอดขาย EV ในปี 2025 เพิ่มขึ้นราว 70% แตะระดับประมาณ 140,000 คัน หรือคิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมด  มาตรการ EV 3.5 และเป้าหมาย 30@30 มีบทบาทสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ โดยเฉพาะจากจีน ส่งผลให้ไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในฐานการผลิต EV ที่สำคัญที่สุดของอาเซียน

สำหรับประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิอย่างไทย การเปลี่ยนผ่านสู่ EV อาจไม่ได้เป็นเพียงการลดการปล่อยคาร์บอน แต่ยังช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานโลกในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลกอย่างต่อเนื่อง

ความท้าทายอยู่ที่ ไทยจะเป็นเพียงฐานประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ หรือก้าวสู่ฐานเทคโนโลยี

แม้ไทยจะประสบความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนด้านการประกอบรถยนต์และแบตเตอรี่ แต่ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การยกระดับเข้าสู่กิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงกว่า

ในยุค EV มูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ได้อยู่ที่การประกอบชิ้นส่วนเพียงอย่างเดียว แต่กระจุกตัวอยู่ในเทคโนโลยีแบตเตอรี่ เซมิคอนดักเตอร์ ซอฟต์แวร์ AI ระบบปฏิบัติการ และการควบคุมห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไทยยังต้องเร่งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

เศรษฐกิจหมุนเวียน: โอกาสใหม่ของอุตสาหกรรม EV ไทย

ประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น คือ การจัดการแบตเตอรี่และรถ EV เมื่อหมดอายุการใช้งานหากไทยสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิลแบตเตอรี่ได้อย่างครบวงจร จะไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสามารถนำแร่สำคัญ เช่น ลิเทียม นิกเกิล และโคบอลต์ กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม เสริมความมั่นคงด้านทรัพยากร และลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าในระยะยาว

การแข่งขัน EV ในอนาคต คือ การแข่งขันเพื่อครอบครองห่วงโซ่มูลค่า

ความสำเร็จของ EV ไม่ได้วัดจากจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยี สร้างนวัตกรรม และการครอบครองมูลค่าเพิ่มในแต่ละขั้นของห่วงโซ่อุตสาหกรรมประเทศที่สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมต้นน้ำและกลางน้ำได้สำเร็จ จะมีโอกาสสร้างการจ้างงาน รายได้ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้มากกว่าประเทศที่ทำหน้าที่เพียงฐานการประกอบขั้นสุดท้าย   หากไทยสามารถเปลี่ยนจากฐานการผลิตสู่ฐานเทคโนโลยีได้สำเร็จ การเปลี่ยนผ่านสู่ EV จะไม่เพียงเป็นการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางพลังงาน และศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว.-Bnomics by Bangkok bank

แกลลอรี่
เศรษกิจ-การเงิน