ศูนย์ประชุมฯสิริกิติ์ “เอกนิติ” พร้อมต่อยอดเศรษฐกิจไทยจากเวที IMF – World bank ดันแผนปฏิรูปเศรษฐกิจระยะยาว ดัน AI-ภาษีดิจิทัล-บริหารน้ำเจ้าพระยา มุ่งสู่ศูนย์กลางการเงินภูมิภาค ขอบคุณคนไทย-สื่อมวลชนไทย ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพ หนุนไทยกลับสู่สปอตไลท์โลกอย่างสง่างาม
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังจบการประชุม IMF World bank 2026 รัฐบาลพร้อมขับเคลื่อนเชิงนโยบาย และนำบทเรียนทางการเงินระดับโลกมาสู่การปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนของไทย
รัฐบาลได้หารือร่วมกับธนาคารโลก และธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ร่วมวางระบบบริหารจัดการน้ำและระบบเตือนภัยพิบัติลุ่มน้ำเจ้าพระยาและป่าสัก เพื่อสร้าง และได้ลงนามข้อตกลงร่วมกับ ADB สนับสนุนงบประมาณพัฒนาโรงพยาบาลเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ และการยกระดับสู่โรงพยาบาลสีเขียว (Green Hospital)
นายเอกนิติ ยังกล่าวว่า การทำความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านภาษีว่าไทยได้ลงนามอนุสัญญาภาษีซ้อน (Double Taxation Agreement) กับประเทศนอร์เวย์ เพื่อลดการจัดเก็บภาษีที่ไม่เป็นธรรมใช้เป็นประตูเชื่อมโยงการค้าการลงทุุนสู่ยุโร พร้อมทั้งจับมือกับประเทศลักเซมเบิร์กเพื่อนำความเชี่ยวชาญมาพัฒนาระบบตลาดเงินตลาดทุน ยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub)
รวมถึงริเริ่มข้อเสนอจัดประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อาเซียน-ยุโรป (ASEAN-Europe Finance Ministers Meeting) เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจสองภูมิภาคเข้าด้วยกันอย่างยั่งยืน ซึ่งหลายประเด็นจะมีการทำงานร่วมกันกับคณะทำงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อเชื่อมโยงไปสู่การประชุม World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ในช่วงต้นปีหน้าต่อไป
สำหรับการรักษาเสถียรภาพการคลัง และการเพิ่มพื้นที่ทางการคลังนายเอกนิติ IMF จะเตือนทั่วโลกให้ระมัดระวังเรื่องภาระหนี้สาธารณะซึ่งหลายประเทศในซีกโลกตะวันตกพุ่งสูงเกือบ 100% ของ GDP สำหรับหนี้สาธารณะของประเทศไทยประมาณ 60 % ของ GDP เนื่องจากการยึดมั่นในวินัยทางการคลังอย่างเข้มงวด และทำให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลระยะ 10 ปีของไทยประมาณ 2% กว่า ซึ่งต่ำกว่าสหรัฐอเมริกาที่สูงเกิน 5% ทำให้ต้นทุนการกู้เงินของไทยไม่สูงมากนัก ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติต่างมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย
กระทรวงการคลังเตรียมปฏิรูปโครงสร้างภาษี โดยเร่งลดรายจ่ายประจำที่ซ้ำซ้อน ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี พร้อมขยายฐานภาษีเข้าสู่ระบบเพื่อดึงผู้ที่อยู่นอกระบบเข้ามา และดำเนินการจัดเก็บภาษีจากผู้ประกอบการต่างชาติหรือแพลตฟอร์ม e-Commerce ที่เข้ามาทำตลาดในไทย เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการไทย.-
#GlobalSpotlight, #FinancialHubASEAN,#ThailandIMF, #WorldBankThailand, #เศรษฐกิจไทย, #ปฏิรูปเศรษฐกิจ,#financenewscenter,







