กรุงเทพฯ 31 ส.ค.-พาณิชย์ ชี้ AI–Data Center ดันดีมานด์ชิปและเทคโนโลยี ขณะที่ทองคำ–พลังงานยังอยู่ระดับสูง แต่ราคาน้ำมันและโลหะอาจกดดันเดือน ส.ค.
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนกรกฎาคม 2569 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวในอัตราชะลอลง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากราคาพลังงานและทองคำที่ยังอยู่ในระดับสูง ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Data Center ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ตลอดจนต้นทุนการผลิต และการขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้ ความต้องการสินค้าเกษตร อาหารแปรรูป สินค้าทุน และวัตถุดิบ เพื่อรองรับภาคการผลิตและการลงทุน ยังช่วยสนับสนุนให้ราคาสินค้าในหลายหมวดปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงตามอุปทานในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาสินแร่และโลหะอุตสาหกรรม เผชิญแรงกดดันจากความกังวล เรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจจีน รวมถึงผลผลิตสินค้าเกษตรที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งอาจกดดันราคาสินค้าบางกลุ่มให้ลดลง และอาจเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า
โดยดัชนีราคาส่งออก–นำเข้าของไทยเดือนกรกฎาคม 2569 ยังขยายตัว แต่ชะลอลง โดยดัชนีราคาส่งออกอยู่ที่ 114.2 เพิ่มขึ้น 2.7% จากปีก่อน ขณะที่ดัชนีราคานำเข้าอยู่ที่ 126.1 เพิ่มขึ้น 9.0% โดยมีแรงหนุนสำคัญจากราคาพลังงาน ทองคำ และความต้องการสินค้าเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center
ราคาส่งออกเพิ่มขึ้นทุกหมวด โดยสินค้าแร่และเชื้อเพลิงโต 25.1% สินค้าเกษตร 6.3% สินค้าอุตสาหกรรม 1.7% และสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร 0.5% ขณะที่ราคานำเข้าสินค้าเชื้อเพลิงเพิ่ม 24.9% วัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป 8.6% สินค้าอุปโภคบริโภค 6.1% สินค้าทุน 4.5% และยานพาหนะฯ 1.5%
แนวโน้มเดือนสิงหาคม คาดว่าราคาส่งออกและนำเข้ายังขยายตัวแต่ชะลอลง โดยมี AI–Data Center ทองคำ และความต้องการอาหารเป็นแรงหนุน ขณะที่ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มลดลง เศรษฐกิจจีน และอุปทานสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น อาจกดดันราคาในระยะต่อไป
แนวโน้มดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้า เดือนสิงหาคม 2569 คาดว่าขยายตัว แต่ในอัตราชะลอลง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) การลงทุนด้าน AI และ Data Center ทั่วโลกยังขยายตัว ส่งผลให้ความต้องการชิป หน่วยความจำ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงเพิ่มขึ้น 2) ราคาทองคำอยู่ในระดับสูง จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ 3) ความต้องการอาหารและสินค้าเกษตรแปรรูปยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ในบางภูมิภาค รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบ และมาตรฐานคุณภาพที่สูงขึ้น
และ 4) ความกังวลเกี่ยวกับสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตอาหารโลก มีแนวโน้มทำให้อุปทานสินค้าเกษตรและวัตถุดิบบางประเภทอยู่ในภาวะตึงตัว ขณะที่ปัจจัยที่อาจทำให้ดัชนีราคาขยายตัวต่ำกว่าที่คาด ได้แก่ 1) ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มลดลง จากอุปทานโลกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อุปสงค์ขยายตัวในระดับจำกัด ซึ่งจะกดดันราคาสินค้าในกลุ่มเชื้อเพลิง ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์ 2) ราคาสินแร่และโลหะอุตสาหกรรมอ่อนตัว จากการผลิตที่เพิ่มขึ้นและความกังวลต่อเศรษฐกิจจีน และ 3) อุปทานธัญพืชและวัตถุดิบอาหารอาจเพิ่มขึ้น ตามฤดูเก็บเกี่ยวของประเทศผู้ผลิตสำคัญ.-





