ทำเนียบฯ (31 สิงหาคม 2569) รัฐบาล ยกระดับตรวจโรงงานเชิงรุก ใช้ Data–i-Auditor ชี้เป้าความผิดปกติ พบกว่า 53% กระจุกใน EEC–ปริมณฑล พร้อมเปิดทางประชาชนแจ้งเบาะแส ใช้ Data ชี้เป้าโรงงานเสี่ยง ไม่ให้ผู้ประกอบการดีเสียเปรียบ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการกำกับดูแลโรงงานให้มีประสิทธิภาพและตรงจุดมากขึ้น โดยกระทรวงอุตสาหกรรมปรับรูปแบบจากการตรวจตามรอบ ไปสู่การตรวจเชิงรุก ด้วยการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาวิเคราะห์ความผิดปกติและชี้เป้าโรงงานที่มีความเสี่ยง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น
ระบบดังกล่าวนำข้อมูลหลายด้านมาประกอบการวิเคราะห์ เช่น การจัดการกากอุตสาหกรรมที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลการผลิต การใช้น้ำ ไฟฟ้า และวัตถุดิบที่ไม่สมดุลกับกระบวนการผลิตหรือปริมาณผลิตภัณฑ์ รวมถึงข้อมูลที่อาจเข้าข่ายการสวมสิทธิทางการค้า เมื่อพบสัญญาณผิดปกติ ข้อมูลจะถูกส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบในพื้นที่ผ่านระบบ i-Auditor เพื่อกำหนดมาตรฐานการตรวจ บันทึกผล และจัดทำรายงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
ผลการดำเนินงานในปี 2569 กระทรวงอุตสาหกรรมตรวจพบโรงงานทั่วประเทศที่ประกอบกิจการไม่เป็นไปตามกฎหมายจำนวน 767 ราย ในจำนวนนี้มีคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการ 131 ราย สั่งให้ปรับปรุงแก้ไข 636 ราย และดำเนินคดี 391 ราย โดยมากกว่าร้อยละ 53 ของโรงงานที่ตรวจพบอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC และจังหวัดปริมณฑล
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับทั้งการคุ้มครองประชาชนและการสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมในภาคอุตสาหกรรม เพราะผู้ประกอบการที่ลงทุนด้านระบบบำบัด การจัดการกาก และมาตรฐานความปลอดภัย ไม่ควรเสียเปรียบผู้ประกอบการที่ลดต้นทุนด้วยการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
นอกจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาครัฐแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมยังเปิดให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง ผ่านช่องทาง “แจ้งอุต” สำหรับแจ้งเบาะแสหรือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโรงงาน โดยประชาชนควรระบุสถานที่เกิดเหตุ ลักษณะปัญหา วันและเวลา รวมถึงหลักฐานประกอบเท่าที่สามารถจัดเก็บได้โดยไม่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของตนเอง เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วขึ้น
นางสาวลลิดา กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมยังอยู่ระหว่างปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งการแก้ไขพระราชบัญญัติโรงงานในประเด็นการเพิ่มบทลงโทษ การนำประวัติการกระทำผิดซ้ำมาประกอบการพิจารณา และแนวทางให้โรงงานที่ถูกสั่งหยุดหรือสั่งแก้ไขต้องผ่านการตรวจสอบก่อนกลับมาเปิดดำเนินการ รวมถึงการจัดทำร่างพระราชบัญญัติจัดการกากอุตสาหกรรม ข้อเสนอทางกฎหมายดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการและยังไม่มีผลใช้บังคับ.-